การเคี่ยวน้ำตาลโตนด
ประวัติและที่มา
การเคี่ยวน้ำตาลโตนดมีการทำกันมาตั้งแต่สมัยอดีตและสืบทอดต่อกันมา เป็นการนำสิ่งของในที่อาศัยในท้องถิ่น คือ นำผลผลิตจากต้นตาลโตนดมาทำ
เป็นน้ำตาล เพื่อใช้ในการเคี่ยวน้ำตาลปี๊บหรือน้ำตาลปึก เป็นงานที่ต้องอาศัยทักษะและความชำนาญประกอบกับประสบการณ์ โดยจะใช้ต้นตาลในท้อง ถิ่นเป็นสิ่งของในที่อาศัย เป็นการรักษาภูมิปัญญาชาวบ้านในเรื่องการขึ้นต้นตาล การนวดตาล การปาดตาล และการเคี่ยวน้ำตาลปี๊บ ในปัจจุบันนี้การขึ้น
ต้น ตาล การเคี่ยวน้ำตาลยังคงดำเนินอยู่ แต่ขาดบุคคลที่จะมารับช่วงต่อ เพราะวัยรุ่นสมัยใหม่ไม่สนใจการทำตาลเพราะต้องเสี่ยงกับอันตราย โดยส่วน
ใหญ่ผู้ที่ทำน้ำตาลโตนดจะขึ้นต้นตาลด้วยตัวเอง โดยปกติแล้วต้นตาลต้นหนึ่งจะให้น้ำตาลได้ต้องมีอายุ 10 ปีขึ้นไป การเคี่ยวตาลโตนดเป็นอาชีพ
เสริมของชาวบ้าน นอกเหนือจากฤดูเก็บเกี่ยว ซึ่งผลผลิตจากตาลจะมีเพียง 4 เดือน คือ เดือนกุมภาพันธ์ มีนาคม เมษายน พฤษภาคม เท่านั้น ซึ่ง
เป็น 4 เดือนที่ว่างเว้นจากการทำนา ทำสวน ก็จะมาขึ้นตาล นำน้ำตาลไปทำน้ำตาลปี๊บขาย ซึ่งในแต่ละปีก็จะมีหลายครอบครัวที่มีรายได้จากการทำ
น้ำตาล ปีหนึ่งหลายหมื่นบาท และเป็นอาชีพที่ทำรายได้ให้กับคนทำน้ำตาลอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย เพราะไม่ต้องลงทุนปลูกต้นตาลโตนดหรือดูแลรักษา
การเคี่ยวน้ำตาลจะทำเมื่อหมดฤดูเก็บเกี่ยว ในความเป็นจริงการประกอบอาชีพทำตาลนั้นสามารถทำได้ภายในครอบครัว ตั้งแต่การขึ้นตาล การทำ
น้ำตาลสด การทำน้ำตาลปี๊บหรือน้ำตาลปึก ซึ่งสามารถทำได้ภายในครอบครัว และสามารถทำที่บ้านได้ เพียงลงทุนค่าอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการ
เคี่ยว น้ำตาลเท่านั้น ซึ่งน้ำตาลปี๊บที่ได้จากการแปรรูปสามารถเก็บไว้ได้นาน เพราะนำน้ำตาลสดที่ได้ไปเคี่ยวจนข้น ซึ่งสามารถเก็บไว้รับประทาน
หรือนำไปประกอบอาหารได้นาน
วัสดุและอุปกรณ์
1. ต้นตาลโตนด (ตัวผู้)
2. มีดปาดตาล
3. กระบอกไม้ไผ่ สำหรับรองน้ำตาล
4. กระทะขนาดใหญ่
5. ไม้กระหนวน, ไม้กระแทก
6. ไม้พยอม
7. ไม้คาบ
ขั้นตอนการทำ
1. นำกระบอกไม้ไผ่ที่จะไปรองน้ำตาลสดมารมควัน เพื่อเป็นการฆ่าเชื้อ แล้วนำมาร้อยเชือก เพื่อใช้แขวนกระบอก แล้วก็นำไม้พยอมใส่ในกระบอกครึ่งฝ่ามือเพื่อป้องกันน้ำตาลสดที่รองไว้มีรสเปรี้ยว
2. เลือกต้นตาลโตนดที่ออกงวง เมื่อเลือกได้แล้วก็จะปีนขึ้นไปเก็บน้ำตาล โดยใช้ไม้คาบนวดทิ้งไว้ประมาณ 7 วัน แล้วจึงใช้มีดปาดหน้าตาล การนวดและปาดหน้าตาลทุกวัน เพื่อไม่ให้หน้าตาลแห้ง ตาลตัวผู้จะมีงวง ซึ่งเมื่อใช้ไม้ทาบนวดแล้วจะต้องแช่หน้าตาลไว้ในน้ำ เพื่อเป็นการล่อน้ำตาลให้ออกการปาดหน้าตาลจะปาดทุกวันจนกว่างวงตาลจะหมดก็จะถือว่าน้ำตาลจะหมดไปด้วย แต่ถ้าหากน้ำตาลหมดไปแล้วแต่งวงตาลยังมีอยู่ก็จะเลิกขึ้นต้นตาลโตนดต้นนี้
3. เมื่อได้นำตาลสดแล้ว นำน้ำตาลสดที่ได้กรองเอาไม้พยอมออกด้วยผ้าขาวบาง นำไปเคี่ยวให้เดือด ถ้าจำหน่ายในรูปน้ำตาลสด ก็เคี่ยวพอน้ำตาลเดือด (ประมาณ 100 เซลเซียส) ปรุงแต่งกลิ่น รสตามใจชอบ เช่นใส่ใบเตยหอม สารแต่งกลิ่นอื่นๆ สารกันเสีย บรรจุขวดเพื่อจำหน่ายต่อไป หรือถ้าทำเป็นน้ำตาลข้น หรือน้ำตาลปึก ก็เคี่ยวต่อไปอีกประมาณ 2 - 3 ชั่วโมง จนน้ำตาลแก่ (ข้น แดง ฟู) ฟองจะรวมกันก็ยกลงจากเตา คนให้เข้ากันโดยใช้เหล็กกระแทก ตักใส่แบบพิมพ์น้ำปึกที่รองด้วยผ้าขาว ตั้งทิ้งไว้ประมาณ 2 ชั่วโมง นำไปจำหน่ายได้.
การทำน้ำตาลโตนด วังตาล
ได้ ร่วมทริปไปกับเครือข่ายตลาดสีเขียว เมื่อวันที่ 17 พ.ค.51 เพื่อไปเยี่ยมชมการทำน้ำตาลโตนด วังตาล และนาข้าว ออร์กานิคนาวิลิต เพชรบุรี โดยแวะชมการทำน้ำตาลโตนด “วังตาลโตนด” ก่อน วังตาลเป็นที่ผลิตน้ำตาลโตนดธรรมชาติ จากการรวมกลุ่มของเกษตรกรเมื่อ 6 ปีที่แล้ว ที่บ้านหมู่ 3 ต.บ้านหาด อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี โดย “คุณพงศธร มีลิ” เป็นแกนนำในการจัดระบบการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์อย่างเป็นระบบ น้ำตาลโตนดที่เคี่ยวใช้วิธีดั้งเดิม ปลอดสารพิษ ให้รสชาติของน้ำตาลแท้ๆ ปราศจากสารฟอกขาว หรือเคมีใดๆ ปลอมปน

คุณพงศธร (ซ้ายสุด) นำพวกเราออกไปดูการขึ้นตาล

การทำน้ำตาลโตนด แต่เดิมทำเพื่อบริโภคภายในครัวเรือน ถ้าเหลือก็แจกจ่ายญาติพี่น้อง โดยใช้เวลาว่างหลังจากการทำนาแล้ว ปัจจุบันมีการทำน้ำตาลโตนดเพื่อจำหน่ายเป็นอาชีพ มีการจัดตั้งกลุ่มผู้ผลิตน้ำตาลโตนด รวบรวมน้ำตาลสดเพื่อส่งเตาเคี่ยวน้ำตาลผลิตน้ำตาลปีบ และน้ำตาลปึกส่งขายทั้งใน และนอกประเทศ
ช่วงในการทำน้ำตาลอยู่ระหว่างเดือนมกราคม-พฤษภาคม หรือประมาณ 5 เดือน ทำได้ทั้งต้นตัวผู้และต้นตัวเมีย ปกติต้นตาลจะสามารถทำน้ำตาลได้ ต้องอยู่ในวัยเจริญพันธุ์อายุตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป อยู่ในระยะแทงช่อดอกใหม่ๆ ซึ่งมีวิธีทำคล้ายๆ กันทั้งต้นตัวผู้ และต้นตัวเมีย แต่แตกต่างกันเฉพาะไม้ที่ใช้นวดจั่น ที่เรียกว่า "ไม้คาบ" คือไม้คาบที่ใช้นวดช่อดอกตัวผู้ (จั่น) จะมีลักษณะแบน ส่วนไม้คาบที่ใช้นวดช่อดอกตัวเมีย จะมีลักษณะกลมและยาวกว่าไม้คาบที่ใช้กับต้นตัวผู้
อุปกรณ์ในการทำน้ำตาล
1. มีดปาดตาล
2. เชือกหรือเข็มขัดหนังสำหรับเหน็บมีด
3. กระบอกใส่น้ำตาล
4. พะอง
5. ไม้คาบตัวผู้ ไม้คาบตัวเมีย
อุปกรณ์ในการเคี่ยวน้ำตาล
1. เตา ส่วนใหญ่จะก่อด้วยอิฐฉาบปูน ขนาดของเตาขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำตาลสดที่ได้ อาจจะเป็น 1-3 เตา 3-5 เตา ปัจจุบันมีการรวมกลุ่มกัน สร้างเตาเคี่ยวตาลขนาดใหญ่ สามารถเคี่ยวตาลได้ครั้งละหลายเตาในเวลาเดียวกัน ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านหม้อ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี
2. กะทะเหล็ก เป็นกะทะขนาดใหญ่
3. เครื่องกรองน้ำตาล
4. เหล็กกระแทกน้ำตาล
5. อุปกรณ์อื่นๆ เช่น กงสำหรับใส่น้ำตาล ถ้วย กระบวยตักน้ำตาล เสียม
ปัจจัยที่มีผลต่อสีของน้ำตาลสด จากการศึกษาพบว่า ถ้าฝนตก คุณภาพของน้ำตาลไม่ดีเท่าที่ควร เนื่องจากความเข้มข้นของน้ำตาลลดลง สีจะขุ่น และถ้าแดดจัด สีของน้ำตาลสดจะจางใส ความเข้มข้นของน้ำตาลจะมาก จากการสังเกตพบว่า พื้นที่ปลูกแต่ละแหล่งให้คุณภาพของน้ำตาลต่างกัน และเมื่อนำไปเคี่ยวจะได้เนื้อน้ำตาลต่างกันด้วย
การทำความสะอาดกระบอกน้ำตาล หลังจากเทน้ำตาลออกจากกระบอกตาลแล้ว จะทำความสะอาดโดยใช้น้ำสะอาดเขย่าๆ แล้วเททิ้งไปหลังจากนั้น นำไปรมโดยวางครอบรูเตาประมาณ 30 นาที ระวังอย่าให้ไฟแรงเกินไป จะทำให้กระบอกแตกได้ บางท้องที่อาจจะใช้น้ำร้อนเทลวกกระบอกก็ได้ จากการสอบถามถึงสาเหตุที่ไม่ใช้สารเคมีทำความสะอาดกระบอกตาลได้ความว่า ถ้าใช้สารเคมีแล้วจะทำให้น้ำตาลหดได้ (น้ำตาลที่ได้จะน้อยกว่าปกติ) และน้ำตาลที่ได้จะมีกลิ่นของสารเคมีปนได้
การทำน้ำตาลโตนด แต่เดิมทำเพื่อบริโภคภายในครัวเรือน ถ้าเหลือก็แจกจ่ายญาติพี่น้อง โดยใช้เวลาว่างหลังจากการทำนาแล้ว ปัจจุบันมีการทำน้ำตาลโตนดเพื่อจำหน่ายเป็นอาชีพ มีการจัดตั้งกลุ่มผู้ผลิตน้ำตาลโตนด รวบรวมน้ำตาลสดเพื่อส่งเตาเคี่ยวน้ำตาลผลิตน้ำตาลปีบ และน้ำตาลปึกส่งขายทั้งใน และนอกประเทศ
ช่วงในการทำน้ำตาลอยู่ระหว่างเดือนมกราคม-พฤษภาคม หรือประมาณ 5 เดือน ทำได้ทั้งต้นตัวผู้และต้นตัวเมีย ปกติต้นตาลจะสามารถทำน้ำตาลได้ ต้องอยู่ในวัยเจริญพันธุ์อายุตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป อยู่ในระยะแทงช่อดอกใหม่ๆ ซึ่งมีวิธีทำคล้ายๆ กันทั้งต้นตัวผู้ และต้นตัวเมีย แต่แตกต่างกันเฉพาะไม้ที่ใช้นวดจั่น ที่เรียกว่า "ไม้คาบ" คือไม้คาบที่ใช้นวดช่อดอกตัวผู้ (จั่น) จะมีลักษณะแบน ส่วนไม้คาบที่ใช้นวดช่อดอกตัวเมีย จะมีลักษณะกลมและยาวกว่าไม้คาบที่ใช้กับต้นตัวผู้
อุปกรณ์ในการทำน้ำตาล
1. มีดปาดตาล
2. เชือกหรือเข็มขัดหนังสำหรับเหน็บมีด
3. กระบอกใส่น้ำตาล
4. พะอง
5. ไม้คาบตัวผู้ ไม้คาบตัวเมีย
อุปกรณ์ในการเคี่ยวน้ำตาล
1. เตา ส่วนใหญ่จะก่อด้วยอิฐฉาบปูน ขนาดของเตาขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำตาลสดที่ได้ อาจจะเป็น 1-3 เตา 3-5 เตา ปัจจุบันมีการรวมกลุ่มกัน สร้างเตาเคี่ยวตาลขนาดใหญ่ สามารถเคี่ยวตาลได้ครั้งละหลายเตาในเวลาเดียวกัน ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านหม้อ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี
2. กะทะเหล็ก เป็นกะทะขนาดใหญ่
3. เครื่องกรองน้ำตาล
4. เหล็กกระแทกน้ำตาล
5. อุปกรณ์อื่นๆ เช่น กงสำหรับใส่น้ำตาล ถ้วย กระบวยตักน้ำตาล เสียม
ปัจจัยที่มีผลต่อสีของน้ำตาลสด จากการศึกษาพบว่า ถ้าฝนตก คุณภาพของน้ำตาลไม่ดีเท่าที่ควร เนื่องจากความเข้มข้นของน้ำตาลลดลง สีจะขุ่น และถ้าแดดจัด สีของน้ำตาลสดจะจางใส ความเข้มข้นของน้ำตาลจะมาก จากการสังเกตพบว่า พื้นที่ปลูกแต่ละแหล่งให้คุณภาพของน้ำตาลต่างกัน และเมื่อนำไปเคี่ยวจะได้เนื้อน้ำตาลต่างกันด้วย
การทำความสะอาดกระบอกน้ำตาล หลังจากเทน้ำตาลออกจากกระบอกตาลแล้ว จะทำความสะอาดโดยใช้น้ำสะอาดเขย่าๆ แล้วเททิ้งไปหลังจากนั้น นำไปรมโดยวางครอบรูเตาประมาณ 30 นาที ระวังอย่าให้ไฟแรงเกินไป จะทำให้กระบอกแตกได้ บางท้องที่อาจจะใช้น้ำร้อนเทลวกกระบอกก็ได้ จากการสอบถามถึงสาเหตุที่ไม่ใช้สารเคมีทำความสะอาดกระบอกตาลได้ความว่า ถ้าใช้สารเคมีแล้วจะทำให้น้ำตาลหดได้ (น้ำตาลที่ได้จะน้อยกว่าปกติ) และน้ำตาลที่ได้จะมีกลิ่นของสารเคมีปนได้
ในรูปที่ออกลูกเป็นตาลตัวเมียให้น้ำตาลน้อยแต่ให้ลูกตาลเพื่อมาทำเป็นขนมตาล แต่ที่ให้น้ำตาลมากคือตาลตัวผู้ มีรูปอยู่ด้านล่าง

คุณ ลุงอายุ 60 ปี ขึ้นตาลได้อย่างคล่องแคล่วตามพะองไม้ไผ่ ที่เอวด้านหนึ่งมีมีดปาดตาลใส่ในซองไม้ไผ่ เดี๋ยวนี้คนขึ้นตาลน้อยมาก ส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงอายุ

กระบวน การทำน้ำตาลโตนด รูปบนซ้ายมือคือตาลตัวผู้ (ลุงเพิ่งปีนขึ้นไปกรีด) ในแต่ละเส้นสามารถให้น้ำตาลได้เป็นสิบครั้ง โดยเริ่มกรีดที่ปลายก่อน ในการขึ้นครั้งต่อไปก็ค่อยๆกรีดไล่ขึ้นไปจนถึงโคน หลัง จากได้น้ำตาลแล้วก็นำมากรอง และเคี่ยว หลังจากนั้นก็นำมาปั่นให้เย็น และนำลงพิมพ์ แล้วตากให้แข็งตัว ซึ่งน้ำตาลสด 10 ก.ก. จะได้น้ำตาลโตนด 1 ก.ก

การทำน้ำตาลโตนด แต่เดิมทำเพื่อบริโภคภายในครัวเรือน ถ้าเหลือก็แจกจ่ายญาติพี่น้อง โดยใช้เวลาว่างหลังจากการทำนาแล้ว ปัจจุบันมีการทำน้ำตาลโตนดเพื่อจำหน่ายเป็นอาชีพ มีการจัดตั้งกลุ่มผู้ผลิตน้ำตาลโตนด รวบรวมน้ำตาลสดเพื่อส่งเตาเคี่ยวน้ำตาลผลิตน้ำตาลปีบ และน้ำตาลปึกส่งขายทั้งใน และนอกประเทศ
ช่วงในการทำน้ำตาลอยู่ระหว่างเดือนมกราคม-พฤษภาคม หรือประมาณ 5 เดือน ทำได้ทั้งต้นตัวผู้และต้นตัวเมีย ปกติต้นตาลจะสามารถทำน้ำตาลได้ ต้องอยู่ในวัยเจริญพันธุ์อายุตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป อยู่ในระยะแทงช่อดอกใหม่ๆ ซึ่งมีวิธีทำคล้ายๆ กันทั้งต้นตัวผู้ และต้นตัวเมีย แต่แตกต่างกันเฉพาะไม้ที่ใช้นวดจั่น ที่เรียกว่า "ไม้คาบ" คือไม้คาบที่ใช้นวดช่อดอกตัวผู้ (จั่น) จะมีลักษณะแบน ส่วนไม้คาบที่ใช้นวดช่อดอกตัวเมีย จะมีลักษณะกลมและยาวกว่าไม้คาบที่ใช้กับต้นตัวผู้
อุปกรณ์ในการทำน้ำตาล
1. มีดปาดตาล
2. เชือกหรือเข็มขัดหนังสำหรับเหน็บมีด
3. กระบอกใส่น้ำตาล
4. พะอง
5. ไม้คาบตัวผู้ ไม้คาบตัวเมีย
อุปกรณ์ในการเคี่ยวน้ำตาล
1. เตา ส่วนใหญ่จะก่อด้วยอิฐฉาบปูน ขนาดของเตาขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำตาลสดที่ได้ อาจจะเป็น 1-3 เตา 3-5 เตา ปัจจุบันมีการรวมกลุ่มกัน สร้างเตาเคี่ยวตาลขนาดใหญ่ สามารถเคี่ยวตาลได้ครั้งละหลายเตาในเวลาเดียวกัน ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านหม้อ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี
2. กะทะเหล็ก เป็นกะทะขนาดใหญ่
3. เครื่องกรองน้ำตาล
4. เหล็กกระแทกน้ำตาล
5. อุปกรณ์อื่นๆ เช่น กงสำหรับใส่น้ำตาล ถ้วย กระบวยตักน้ำตาล เสียม
ปัจจัยที่มีผลต่อสีของน้ำตาลสด จากการศึกษาพบว่า ถ้าฝนตก คุณภาพของน้ำตาลไม่ดีเท่าที่ควร เนื่องจากความเข้มข้นของน้ำตาลลดลง สีจะขุ่น และถ้าแดดจัด สีของน้ำตาลสดจะจางใส ความเข้มข้นของน้ำตาลจะมาก จากการสังเกตพบว่า พื้นที่ปลูกแต่ละแหล่งให้คุณภาพของน้ำตาลต่างกัน และเมื่อนำไปเคี่ยวจะได้เนื้อน้ำตาลต่างกันด้วย
การทำความสะอาดกระบอกน้ำตาล หลังจากเทน้ำตาลออกจากกระบอกตาลแล้ว จะทำความสะอาดโดยใช้น้ำสะอาดเขย่าๆ แล้วเททิ้งไปหลังจากนั้น นำไปรมโดยวางครอบรูเตาประมาณ 30 นาที ระวังอย่าให้ไฟแรงเกินไป จะทำให้กระบอกแตกได้ บางท้องที่อาจจะใช้น้ำร้อนเทลวกกระบอกก็ได้ จากการสอบถามถึงสาเหตุที่ไม่ใช้สารเคมีทำความสะอาดกระบอกตาลได้ความว่า ถ้าใช้สารเคมีแล้วจะทำให้น้ำตาลหดได้ (น้ำตาลที่ได้จะน้อยกว่าปกติ) และน้ำตาลที่ได้จะมีกลิ่นของสารเคมีปนได้
การทำน้ำตาลโตนด แต่เดิมทำเพื่อบริโภคภายในครัวเรือน ถ้าเหลือก็แจกจ่ายญาติพี่น้อง โดยใช้เวลาว่างหลังจากการทำนาแล้ว ปัจจุบันมีการทำน้ำตาลโตนดเพื่อจำหน่ายเป็นอาชีพ มีการจัดตั้งกลุ่มผู้ผลิตน้ำตาลโตนด รวบรวมน้ำตาลสดเพื่อส่งเตาเคี่ยวน้ำตาลผลิตน้ำตาลปีบ และน้ำตาลปึกส่งขายทั้งใน และนอกประเทศ
ช่วงในการทำน้ำตาลอยู่ระหว่างเดือนมกราคม-พฤษภาคม หรือประมาณ 5 เดือน ทำได้ทั้งต้นตัวผู้และต้นตัวเมีย ปกติต้นตาลจะสามารถทำน้ำตาลได้ ต้องอยู่ในวัยเจริญพันธุ์อายุตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป อยู่ในระยะแทงช่อดอกใหม่ๆ ซึ่งมีวิธีทำคล้ายๆ กันทั้งต้นตัวผู้ และต้นตัวเมีย แต่แตกต่างกันเฉพาะไม้ที่ใช้นวดจั่น ที่เรียกว่า "ไม้คาบ" คือไม้คาบที่ใช้นวดช่อดอกตัวผู้ (จั่น) จะมีลักษณะแบน ส่วนไม้คาบที่ใช้นวดช่อดอกตัวเมีย จะมีลักษณะกลมและยาวกว่าไม้คาบที่ใช้กับต้นตัวผู้
อุปกรณ์ในการทำน้ำตาล
1. มีดปาดตาล
2. เชือกหรือเข็มขัดหนังสำหรับเหน็บมีด
3. กระบอกใส่น้ำตาล
4. พะอง
5. ไม้คาบตัวผู้ ไม้คาบตัวเมีย
อุปกรณ์ในการเคี่ยวน้ำตาล
1. เตา ส่วนใหญ่จะก่อด้วยอิฐฉาบปูน ขนาดของเตาขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำตาลสดที่ได้ อาจจะเป็น 1-3 เตา 3-5 เตา ปัจจุบันมีการรวมกลุ่มกัน สร้างเตาเคี่ยวตาลขนาดใหญ่ สามารถเคี่ยวตาลได้ครั้งละหลายเตาในเวลาเดียวกัน ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านหม้อ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี
2. กะทะเหล็ก เป็นกะทะขนาดใหญ่
3. เครื่องกรองน้ำตาล
4. เหล็กกระแทกน้ำตาล
5. อุปกรณ์อื่นๆ เช่น กงสำหรับใส่น้ำตาล ถ้วย กระบวยตักน้ำตาล เสียม
ปัจจัยที่มีผลต่อสีของน้ำตาลสด จากการศึกษาพบว่า ถ้าฝนตก คุณภาพของน้ำตาลไม่ดีเท่าที่ควร เนื่องจากความเข้มข้นของน้ำตาลลดลง สีจะขุ่น และถ้าแดดจัด สีของน้ำตาลสดจะจางใส ความเข้มข้นของน้ำตาลจะมาก จากการสังเกตพบว่า พื้นที่ปลูกแต่ละแหล่งให้คุณภาพของน้ำตาลต่างกัน และเมื่อนำไปเคี่ยวจะได้เนื้อน้ำตาลต่างกันด้วย
การทำความสะอาดกระบอกน้ำตาล หลังจากเทน้ำตาลออกจากกระบอกตาลแล้ว จะทำความสะอาดโดยใช้น้ำสะอาดเขย่าๆ แล้วเททิ้งไปหลังจากนั้น นำไปรมโดยวางครอบรูเตาประมาณ 30 นาที ระวังอย่าให้ไฟแรงเกินไป จะทำให้กระบอกแตกได้ บางท้องที่อาจจะใช้น้ำร้อนเทลวกกระบอกก็ได้ จากการสอบถามถึงสาเหตุที่ไม่ใช้สารเคมีทำความสะอาดกระบอกตาลได้ความว่า ถ้าใช้สารเคมีแล้วจะทำให้น้ำตาลหดได้ (น้ำตาลที่ได้จะน้อยกว่าปกติ) และน้ำตาลที่ได้จะมีกลิ่นของสารเคมีปนได้
เราได้ชิมน้ำตาลสดจริงๆจากต้น และน้ำตาลที่ได้จากต้นก็นำไปต้มเพื่อนำทำน้ำตาลสดบรรจุขวดขาย หรือนำไปเคี่ยวเป็นน้ำตาลก้อน

มีกระทะสำหรับเคี่ยวน้ำตาลทั้งหมด 6 ใบ ด้านขวามือก็นำมาบรรจุถุง ในวันนั้นเราไม่เห็นการนำลงพิมพ์เพราะพิมพ์ชื้นมาก

ขนมตาลห่อด้วยใบตาล นอกจากให้ชิมแล้วยังให้เราห่อกลับอีกด้วย

น้ำตาลโตนดบรรจุถุงละ 1 ก.ก. ราคา 40 บาท

การทำน้ำตาลโตนด
การทำน้ำตาลโตนด แต่เดิมทำเพื่อบริโภคภายในครัวเรือน ถ้าเหลือก็แจกจ่ายญาติพี่น้อง โดยใช้เวลาว่างหลังจากการทำนาแล้ว ปัจจุบันมีการทำน้ำตาลโตนดเพื่อจำหน่ายเป็นอาชีพ มีการจัดตั้งกลุ่มผู้ผลิตน้ำตาลโตนด รวบรวมน้ำตาลสดเพื่อส่งเตาเคี่ยวน้ำตาลผลิตน้ำตาลปีบ และน้ำตาลปึกส่งขายทั้งใน และนอกประเทศ
ช่วงในการทำน้ำตาลอยู่ระหว่างเดือนมกราคม-พฤษภาคม หรือประมาณ 5 เดือน ทำได้ทั้งต้นตัวผู้และต้นตัวเมีย ปกติต้นตาลจะสามารถทำน้ำตาลได้ ต้องอยู่ในวัยเจริญพันธุ์อายุตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป อยู่ในระยะแทงช่อดอกใหม่ๆ ซึ่งมีวิธีทำคล้ายๆ กันทั้งต้นตัวผู้ และต้นตัวเมีย แต่แตกต่างกันเฉพาะไม้ที่ใช้นวดจั่น ที่เรียกว่า "ไม้คาบ" คือไม้คาบที่ใช้นวดช่อดอกตัวผู้ (จั่น) จะมีลักษณะแบน ส่วนไม้คาบที่ใช้นวดช่อดอกตัวเมีย จะมีลักษณะกลมและยาวกว่าไม้คาบที่ใช้กับต้นตัวผู้
อุปกรณ์ในการทำน้ำตาล
1. มีดปาดตาล
2. เชือกหรือเข็มขัดหนังสำหรับเหน็บมีด
3. กระบอกใส่น้ำตาล
4. พะอง
5. ไม้คาบตัวผู้ ไม้คาบตัวเมีย
อุปกรณ์ในการเคี่ยวน้ำตาล
1. เตา ส่วนใหญ่จะก่อด้วยอิฐฉาบปูน ขนาดของเตาขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำตาลสดที่ได้ อาจจะเป็น 1-3 เตา 3-5 เตา ปัจจุบันมีการรวมกลุ่มกัน สร้างเตาเคี่ยวตาลขนาดใหญ่ สามารถเคี่ยวตาลได้ครั้งละหลายเตาในเวลาเดียวกัน ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านหม้อ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี
2. กะทะเหล็ก เป็นกะทะขนาดใหญ่
3. เครื่องกรองน้ำตาล
4. เหล็กกระแทกน้ำตาล
5. อุปกรณ์อื่นๆ เช่น กงสำหรับใส่น้ำตาล ถ้วย กระบวยตักน้ำตาล เสียม
ปัจจัยที่มีผลต่อสีของน้ำตาลสด จากการศึกษาพบว่า ถ้าฝนตก คุณภาพของน้ำตาลไม่ดีเท่าที่ควร เนื่องจากความเข้มข้นของน้ำตาลลดลง สีจะขุ่น และถ้าแดดจัด สีของน้ำตาลสดจะจางใส ความเข้มข้นของน้ำตาลจะมาก จากการสังเกตพบว่า พื้นที่ปลูกแต่ละแหล่งให้คุณภาพของน้ำตาลต่างกัน และเมื่อนำไปเคี่ยวจะได้เนื้อน้ำตาลต่างกันด้วย
การทำความสะอาดกระบอกน้ำตาล หลังจากเทน้ำตาลออกจากกระบอกตาลแล้ว จะทำความสะอาดโดยใช้น้ำสะอาดเขย่าๆ แล้วเททิ้งไปหลังจากนั้น นำไปรมโดยวางครอบรูเตาประมาณ 30 นาที ระวังอย่าให้ไฟแรงเกินไป จะทำให้กระบอกแตกได้ บางท้องที่อาจจะใช้น้ำร้อนเทลวกกระบอกก็ได้ จากการสอบถามถึงสาเหตุที่ไม่ใช้สารเคมีทำความสะอาดกระบอกตาลได้ความว่า ถ้าใช้สารเคมีแล้วจะทำให้น้ำตาลหดได้ (น้ำตาลที่ได้จะน้อยกว่าปกติ) และน้ำตาลที่ได้จะมีกลิ่นของสารเคมีปนได้
ประวัติและที่มา
การเคี่ยวน้ำตาลโตนดมีการทำกันมาตั้งแต่สมัยอดีตและสืบทอดต่อกันมา เป็นการนำสิ่งของในที่อาศัยในท้องถิ่น คือ นำผลผลิตจากต้นตาลโตนดมาทำ
เป็นน้ำตาล เพื่อใช้ในการเคี่ยวน้ำตาลปี๊บหรือน้ำตาลปึก เป็นงานที่ต้องอาศัยทักษะและความชำนาญประกอบกับประสบการณ์ โดยจะใช้ต้นตาลในท้อง ถิ่นเป็นสิ่งของในที่อาศัย เป็นการรักษาภูมิปัญญาชาวบ้านในเรื่องการขึ้นต้นตาล การนวดตาล การปาดตาล และการเคี่ยวน้ำตาลปี๊บ ในปัจจุบันนี้การขึ้น
ต้น ตาล การเคี่ยวน้ำตาลยังคงดำเนินอยู่ แต่ขาดบุคคลที่จะมารับช่วงต่อ เพราะวัยรุ่นสมัยใหม่ไม่สนใจการทำตาลเพราะต้องเสี่ยงกับอันตราย โดยส่วน
ใหญ่ผู้ที่ทำน้ำตาลโตนดจะขึ้นต้นตาลด้วยตัวเอง โดยปกติแล้วต้นตาลต้นหนึ่งจะให้น้ำตาลได้ต้องมีอายุ 10 ปีขึ้นไป การเคี่ยวตาลโตนดเป็นอาชีพ
เสริมของชาวบ้าน นอกเหนือจากฤดูเก็บเกี่ยว ซึ่งผลผลิตจากตาลจะมีเพียง 4 เดือน คือ เดือนกุมภาพันธ์ มีนาคม เมษายน พฤษภาคม เท่านั้น ซึ่ง
เป็น 4 เดือนที่ว่างเว้นจากการทำนา ทำสวน ก็จะมาขึ้นตาล นำน้ำตาลไปทำน้ำตาลปี๊บขาย ซึ่งในแต่ละปีก็จะมีหลายครอบครัวที่มีรายได้จากการทำ
น้ำตาล ปีหนึ่งหลายหมื่นบาท และเป็นอาชีพที่ทำรายได้ให้กับคนทำน้ำตาลอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย เพราะไม่ต้องลงทุนปลูกต้นตาลโตนดหรือดูแลรักษา
การเคี่ยวน้ำตาลจะทำเมื่อหมดฤดูเก็บเกี่ยว ในความเป็นจริงการประกอบอาชีพทำตาลนั้นสามารถทำได้ภายในครอบครัว ตั้งแต่การขึ้นตาล การทำ
น้ำตาลสด การทำน้ำตาลปี๊บหรือน้ำตาลปึก ซึ่งสามารถทำได้ภายในครอบครัว และสามารถทำที่บ้านได้ เพียงลงทุนค่าอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการ
เคี่ยว น้ำตาลเท่านั้น ซึ่งน้ำตาลปี๊บที่ได้จากการแปรรูปสามารถเก็บไว้ได้นาน เพราะนำน้ำตาลสดที่ได้ไปเคี่ยวจนข้น ซึ่งสามารถเก็บไว้รับประทาน
หรือนำไปประกอบอาหารได้นาน
วัสดุและอุปกรณ์
1. ต้นตาลโตนด (ตัวผู้)
2. มีดปาดตาล
3. กระบอกไม้ไผ่ สำหรับรองน้ำตาล
4. กระทะขนาดใหญ่
5. ไม้กระหนวน, ไม้กระแทก
6. ไม้พยอม
7. ไม้คาบ
ขั้นตอนการทำ
1. นำกระบอกไม้ไผ่ที่จะไปรองน้ำตาลสดมารมควัน เพื่อเป็นการฆ่าเชื้อ แล้วนำมาร้อยเชือก เพื่อใช้แขวนกระบอก แล้วก็นำไม้พยอมใส่ในกระบอกครึ่งฝ่ามือเพื่อป้องกันน้ำตาลสดที่รองไว้มีรสเปรี้ยว
2. เลือกต้นตาลโตนดที่ออกงวง เมื่อเลือกได้แล้วก็จะปีนขึ้นไปเก็บน้ำตาล โดยใช้ไม้คาบนวดทิ้งไว้ประมาณ 7 วัน แล้วจึงใช้มีดปาดหน้าตาล การนวดและปาดหน้าตาลทุกวัน เพื่อไม่ให้หน้าตาลแห้ง ตาลตัวผู้จะมีงวง ซึ่งเมื่อใช้ไม้ทาบนวดแล้วจะต้องแช่หน้าตาลไว้ในน้ำ เพื่อเป็นการล่อน้ำตาลให้ออกการปาดหน้าตาลจะปาดทุกวันจนกว่างวงตาลจะหมดก็จะถือว่าน้ำตาลจะหมดไปด้วย แต่ถ้าหากน้ำตาลหมดไปแล้วแต่งวงตาลยังมีอยู่ก็จะเลิกขึ้นต้นตาลโตนดต้นนี้
3. เมื่อได้นำตาลสดแล้ว นำน้ำตาลสดที่ได้กรองเอาไม้พยอมออกด้วยผ้าขาวบาง นำไปเคี่ยวให้เดือด ถ้าจำหน่ายในรูปน้ำตาลสด ก็เคี่ยวพอน้ำตาลเดือด (ประมาณ 100 เซลเซียส) ปรุงแต่งกลิ่น รสตามใจชอบ เช่นใส่ใบเตยหอม สารแต่งกลิ่นอื่นๆ สารกันเสีย บรรจุขวดเพื่อจำหน่ายต่อไป หรือถ้าทำเป็นน้ำตาลข้น หรือน้ำตาลปึก ก็เคี่ยวต่อไปอีกประมาณ 2 - 3 ชั่วโมง จนน้ำตาลแก่ (ข้น แดง ฟู) ฟองจะรวมกันก็ยกลงจากเตา คนให้เข้ากันโดยใช้เหล็กกระแทก ตักใส่แบบพิมพ์น้ำปึกที่รองด้วยผ้าขาว ตั้งทิ้งไว้ประมาณ 2 ชั่วโมง นำไปจำหน่ายได้.
การทำน้ำตาลโตนด วังตาล
ได้ ร่วมทริปไปกับเครือข่ายตลาดสีเขียว เมื่อวันที่ 17 พ.ค.51 เพื่อไปเยี่ยมชมการทำน้ำตาลโตนด วังตาล และนาข้าว ออร์กานิคนาวิลิต เพชรบุรี โดยแวะชมการทำน้ำตาลโตนด “วังตาลโตนด” ก่อน วังตาลเป็นที่ผลิตน้ำตาลโตนดธรรมชาติ จากการรวมกลุ่มของเกษตรกรเมื่อ 6 ปีที่แล้ว ที่บ้านหมู่ 3 ต.บ้านหาด อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี โดย “คุณพงศธร มีลิ” เป็นแกนนำในการจัดระบบการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์อย่างเป็นระบบ น้ำตาลโตนดที่เคี่ยวใช้วิธีดั้งเดิม ปลอดสารพิษ ให้รสชาติของน้ำตาลแท้ๆ ปราศจากสารฟอกขาว หรือเคมีใดๆ ปลอมปน

คุณพงศธร (ซ้ายสุด) นำพวกเราออกไปดูการขึ้นตาล

ในรูปที่ออกลูกเป็นตาลตัวเมียให้น้ำตาลน้อยแต่ให้ลูกตาลเพื่อมาทำเป็นขนมตาล แต่ที่ให้น้ำตาลมากคือตาลตัวผู้ มีรูปอยู่ด้านล่าง

คุณ ลุงอายุ 60 ปี ขึ้นตาลได้อย่างคล่องแคล่วตามพะองไม้ไผ่ ที่เอวด้านหนึ่งมีมีดปาดตาลใส่ในซองไม้ไผ่ เดี๋ยวนี้คนขึ้นตาลน้อยมาก ส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงอายุ

กระบวน การทำน้ำตาลโตนด รูปบนซ้ายมือคือตาลตัวผู้ (ลุงเพิ่งปีนขึ้นไปกรีด) ในแต่ละเส้นสามารถให้น้ำตาลได้เป็นสิบครั้ง โดยเริ่มกรีดที่ปลายก่อน ในการขึ้นครั้งต่อไปก็ค่อยๆกรีดไล่ขึ้นไปจนถึงโคน หลัง จากได้น้ำตาลแล้วก็นำมากรอง และเคี่ยว หลังจากนั้นก็นำมาปั่นให้เย็น และนำลงพิมพ์ แล้วตากให้แข็งตัว ซึ่งน้ำตาลสด 10 ก.ก. จะได้น้ำตาลโตนด 1 ก.ก

เราได้ชิมน้ำตาลสดจริงๆจากต้น และน้ำตาลที่ได้จากต้นก็นำไปต้มเพื่อนำทำน้ำตาลสดบรรจุขวดขาย หรือนำไปเคี่ยวเป็นน้ำตาลก้อน

มีกระทะสำหรับเคี่ยวน้ำตาลทั้งหมด 6 ใบ ด้านขวามือก็นำมาบรรจุถุง ในวันนั้นเราไม่เห็นการนำลงพิมพ์เพราะพิมพ์ชื้นมาก

ขนมตาลห่อด้วยใบตาล นอกจากให้ชิมแล้วยังให้เราห่อกลับอีกด้วย

น้ำตาลโตนดบรรจุถุงละ 1 ก.ก. ราคา 40 บาท

การทำน้ำตาลโตนด
การทำน้ำตาลโตนด แต่เดิมทำเพื่อบริโภคภายในครัวเรือน ถ้าเหลือก็แจกจ่ายญาติพี่น้อง โดยใช้เวลาว่างหลังจากการทำนาแล้ว ปัจจุบันมีการทำน้ำตาลโตนดเพื่อจำหน่ายเป็นอาชีพ มีการจัดตั้งกลุ่มผู้ผลิตน้ำตาลโตนด รวบรวมน้ำตาลสดเพื่อส่งเตาเคี่ยวน้ำตาลผลิตน้ำตาลปีบ และน้ำตาลปึกส่งขายทั้งใน และนอกประเทศช่วงในการทำน้ำตาลอยู่ระหว่างเดือนมกราคม-พฤษภาคม หรือประมาณ 5 เดือน ทำได้ทั้งต้นตัวผู้และต้นตัวเมีย ปกติต้นตาลจะสามารถทำน้ำตาลได้ ต้องอยู่ในวัยเจริญพันธุ์อายุตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป อยู่ในระยะแทงช่อดอกใหม่ๆ ซึ่งมีวิธีทำคล้ายๆ กันทั้งต้นตัวผู้ และต้นตัวเมีย แต่แตกต่างกันเฉพาะไม้ที่ใช้นวดจั่น ที่เรียกว่า "ไม้คาบ" คือไม้คาบที่ใช้นวดช่อดอกตัวผู้ (จั่น) จะมีลักษณะแบน ส่วนไม้คาบที่ใช้นวดช่อดอกตัวเมีย จะมีลักษณะกลมและยาวกว่าไม้คาบที่ใช้กับต้นตัวผู้
อุปกรณ์ในการทำน้ำตาล
1. มีดปาดตาล
2. เชือกหรือเข็มขัดหนังสำหรับเหน็บมีด
3. กระบอกใส่น้ำตาล
4. พะอง
5. ไม้คาบตัวผู้ ไม้คาบตัวเมีย
อุปกรณ์ในการเคี่ยวน้ำตาล
1. เตา ส่วนใหญ่จะก่อด้วยอิฐฉาบปูน ขนาดของเตาขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำตาลสดที่ได้ อาจจะเป็น 1-3 เตา 3-5 เตา ปัจจุบันมีการรวมกลุ่มกัน สร้างเตาเคี่ยวตาลขนาดใหญ่ สามารถเคี่ยวตาลได้ครั้งละหลายเตาในเวลาเดียวกัน ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านหม้อ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี
2. กะทะเหล็ก เป็นกะทะขนาดใหญ่
3. เครื่องกรองน้ำตาล
4. เหล็กกระแทกน้ำตาล
5. อุปกรณ์อื่นๆ เช่น กงสำหรับใส่น้ำตาล ถ้วย กระบวยตักน้ำตาล เสียม
ปัจจัยที่มีผลต่อสีของน้ำตาลสด จากการศึกษาพบว่า ถ้าฝนตก คุณภาพของน้ำตาลไม่ดีเท่าที่ควร เนื่องจากความเข้มข้นของน้ำตาลลดลง สีจะขุ่น และถ้าแดดจัด สีของน้ำตาลสดจะจางใส ความเข้มข้นของน้ำตาลจะมาก จากการสังเกตพบว่า พื้นที่ปลูกแต่ละแหล่งให้คุณภาพของน้ำตาลต่างกัน และเมื่อนำไปเคี่ยวจะได้เนื้อน้ำตาลต่างกันด้วย
การทำความสะอาดกระบอกน้ำตาล หลังจากเทน้ำตาลออกจากกระบอกตาลแล้ว จะทำความสะอาดโดยใช้น้ำสะอาดเขย่าๆ แล้วเททิ้งไปหลังจากนั้น นำไปรมโดยวางครอบรูเตาประมาณ 30 นาที ระวังอย่าให้ไฟแรงเกินไป จะทำให้กระบอกแตกได้ บางท้องที่อาจจะใช้น้ำร้อนเทลวกกระบอกก็ได้ จากการสอบถามถึงสาเหตุที่ไม่ใช้สารเคมีทำความสะอาดกระบอกตาลได้ความว่า ถ้าใช้สารเคมีแล้วจะทำให้น้ำตาลหดได้ (น้ำตาลที่ได้จะน้อยกว่าปกติ) และน้ำตาลที่ได้จะมีกลิ่นของสารเคมีปนได้
ในรูปที่ออกลูกเป็นตาลตัวเมียให้น้ำตาลน้อยแต่ให้ลูกตาลเพื่อมาทำเป็นขนมตาล แต่ที่ให้น้ำตาลมากคือตาลตัวผู้ มีรูปอยู่ด้านล่าง

คุณ ลุงอายุ 60 ปี ขึ้นตาลได้อย่างคล่องแคล่วตามพะองไม้ไผ่ ที่เอวด้านหนึ่งมีมีดปาดตาลใส่ในซองไม้ไผ่ เดี๋ยวนี้คนขึ้นตาลน้อยมาก ส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงอายุ

กระบวน การทำน้ำตาลโตนด รูปบนซ้ายมือคือตาลตัวผู้ (ลุงเพิ่งปีนขึ้นไปกรีด) ในแต่ละเส้นสามารถให้น้ำตาลได้เป็นสิบครั้ง โดยเริ่มกรีดที่ปลายก่อน ในการขึ้นครั้งต่อไปก็ค่อยๆกรีดไล่ขึ้นไปจนถึงโคน หลัง จากได้น้ำตาลแล้วก็นำมากรอง และเคี่ยว หลังจากนั้นก็นำมาปั่นให้เย็น และนำลงพิมพ์ แล้วตากให้แข็งตัว ซึ่งน้ำตาลสด 10 ก.ก. จะได้น้ำตาลโตนด 1 ก.ก

เราได้ชิมน้ำตาลสดจริงๆจากต้น และน้ำตาลที่ได้จากต้นก็นำไปต้มเพื่อนำทำน้ำตาลสดบรรจุขวดขาย หรือนำไปเคี่ยวเป็นน้ำตาลก้อน

มีกระทะสำหรับเคี่ยวน้ำตาลทั้งหมด 6 ใบ ด้านขวามือก็นำมาบรรจุถุง ในวันนั้นเราไม่เห็นการนำลงพิมพ์เพราะพิมพ์ชื้นมาก

ขนมตาลห่อด้วยใบตาล นอกจากให้ชิมแล้วยังให้เราห่อกลับอีกด้วย

น้ำตาลโตนดบรรจุถุงละ 1 ก.ก. ราคา 40 บาท

การทำน้ำตาลโตนด
การทำน้ำตาลโตนด แต่เดิมทำเพื่อบริโภคภายในครัวเรือน ถ้าเหลือก็แจกจ่ายญาติพี่น้อง โดยใช้เวลาว่างหลังจากการทำนาแล้ว ปัจจุบันมีการทำน้ำตาลโตนดเพื่อจำหน่ายเป็นอาชีพ มีการจัดตั้งกลุ่มผู้ผลิตน้ำตาลโตนด รวบรวมน้ำตาลสดเพื่อส่งเตาเคี่ยวน้ำตาลผลิตน้ำตาลปีบ และน้ำตาลปึกส่งขายทั้งใน และนอกประเทศช่วงในการทำน้ำตาลอยู่ระหว่างเดือนมกราคม-พฤษภาคม หรือประมาณ 5 เดือน ทำได้ทั้งต้นตัวผู้และต้นตัวเมีย ปกติต้นตาลจะสามารถทำน้ำตาลได้ ต้องอยู่ในวัยเจริญพันธุ์อายุตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป อยู่ในระยะแทงช่อดอกใหม่ๆ ซึ่งมีวิธีทำคล้ายๆ กันทั้งต้นตัวผู้ และต้นตัวเมีย แต่แตกต่างกันเฉพาะไม้ที่ใช้นวดจั่น ที่เรียกว่า "ไม้คาบ" คือไม้คาบที่ใช้นวดช่อดอกตัวผู้ (จั่น) จะมีลักษณะแบน ส่วนไม้คาบที่ใช้นวดช่อดอกตัวเมีย จะมีลักษณะกลมและยาวกว่าไม้คาบที่ใช้กับต้นตัวผู้
อุปกรณ์ในการทำน้ำตาล
1. มีดปาดตาล
2. เชือกหรือเข็มขัดหนังสำหรับเหน็บมีด
3. กระบอกใส่น้ำตาล
4. พะอง
5. ไม้คาบตัวผู้ ไม้คาบตัวเมีย
อุปกรณ์ในการเคี่ยวน้ำตาล
1. เตา ส่วนใหญ่จะก่อด้วยอิฐฉาบปูน ขนาดของเตาขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำตาลสดที่ได้ อาจจะเป็น 1-3 เตา 3-5 เตา ปัจจุบันมีการรวมกลุ่มกัน สร้างเตาเคี่ยวตาลขนาดใหญ่ สามารถเคี่ยวตาลได้ครั้งละหลายเตาในเวลาเดียวกัน ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านหม้อ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี
2. กะทะเหล็ก เป็นกะทะขนาดใหญ่
3. เครื่องกรองน้ำตาล
4. เหล็กกระแทกน้ำตาล
5. อุปกรณ์อื่นๆ เช่น กงสำหรับใส่น้ำตาล ถ้วย กระบวยตักน้ำตาล เสียม
ปัจจัยที่มีผลต่อสีของน้ำตาลสด จากการศึกษาพบว่า ถ้าฝนตก คุณภาพของน้ำตาลไม่ดีเท่าที่ควร เนื่องจากความเข้มข้นของน้ำตาลลดลง สีจะขุ่น และถ้าแดดจัด สีของน้ำตาลสดจะจางใส ความเข้มข้นของน้ำตาลจะมาก จากการสังเกตพบว่า พื้นที่ปลูกแต่ละแหล่งให้คุณภาพของน้ำตาลต่างกัน และเมื่อนำไปเคี่ยวจะได้เนื้อน้ำตาลต่างกันด้วย
การทำความสะอาดกระบอกน้ำตาล หลังจากเทน้ำตาลออกจากกระบอกตาลแล้ว จะทำความสะอาดโดยใช้น้ำสะอาดเขย่าๆ แล้วเททิ้งไปหลังจากนั้น นำไปรมโดยวางครอบรูเตาประมาณ 30 นาที ระวังอย่าให้ไฟแรงเกินไป จะทำให้กระบอกแตกได้ บางท้องที่อาจจะใช้น้ำร้อนเทลวกกระบอกก็ได้ จากการสอบถามถึงสาเหตุที่ไม่ใช้สารเคมีทำความสะอาดกระบอกตาลได้ความว่า ถ้าใช้สารเคมีแล้วจะทำให้น้ำตาลหดได้ (น้ำตาลที่ได้จะน้อยกว่าปกติ) และน้ำตาลที่ได้จะมีกลิ่นของสารเคมีปนได้
ในรูปที่ออกลูกเป็นตาลตัวเมียให้น้ำตาลน้อยแต่ให้ลูกตาลเพื่อมาทำเป็นขนมตาล แต่ที่ให้น้ำตาลมากคือตาลตัวผู้ มีรูปอยู่ด้านล่าง

คุณ ลุงอายุ 60 ปี ขึ้นตาลได้อย่างคล่องแคล่วตามพะองไม้ไผ่ ที่เอวด้านหนึ่งมีมีดปาดตาลใส่ในซองไม้ไผ่ เดี๋ยวนี้คนขึ้นตาลน้อยมาก ส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงอายุ

กระบวน การทำน้ำตาลโตนด รูปบนซ้ายมือคือตาลตัวผู้ (ลุงเพิ่งปีนขึ้นไปกรีด) ในแต่ละเส้นสามารถให้น้ำตาลได้เป็นสิบครั้ง โดยเริ่มกรีดที่ปลายก่อน ในการขึ้นครั้งต่อไปก็ค่อยๆกรีดไล่ขึ้นไปจนถึงโคน หลัง จากได้น้ำตาลแล้วก็นำมากรอง และเคี่ยว หลังจากนั้นก็นำมาปั่นให้เย็น และนำลงพิมพ์ แล้วตากให้แข็งตัว ซึ่งน้ำตาลสด 10 ก.ก. จะได้น้ำตาลโตนด 1 ก.ก

เราได้ชิมน้ำตาลสดจริงๆจากต้น และน้ำตาลที่ได้จากต้นก็นำไปต้มเพื่อนำทำน้ำตาลสดบรรจุขวดขาย หรือนำไปเคี่ยวเป็นน้ำตาลก้อน

มีกระทะสำหรับเคี่ยวน้ำตาลทั้งหมด 6 ใบ ด้านขวามือก็นำมาบรรจุถุง ในวันนั้นเราไม่เห็นการนำลงพิมพ์เพราะพิมพ์ชื้นมาก

ขนมตาลห่อด้วยใบตาล นอกจากให้ชิมแล้วยังให้เราห่อกลับอีกด้วย

น้ำตาลโตนดบรรจุถุงละ 1 ก.ก. ราคา 40 บาท

การทำน้ำตาลโตนด
การทำน้ำตาลโตนด แต่เดิมทำเพื่อบริโภคภายในครัวเรือน ถ้าเหลือก็แจกจ่ายญาติพี่น้อง โดยใช้เวลาว่างหลังจากการทำนาแล้ว ปัจจุบันมีการทำน้ำตาลโตนดเพื่อจำหน่ายเป็นอาชีพ มีการจัดตั้งกลุ่มผู้ผลิตน้ำตาลโตนด รวบรวมน้ำตาลสดเพื่อส่งเตาเคี่ยวน้ำตาลผลิตน้ำตาลปีบ และน้ำตาลปึกส่งขายทั้งใน และนอกประเทศช่วงในการทำน้ำตาลอยู่ระหว่างเดือนมกราคม-พฤษภาคม หรือประมาณ 5 เดือน ทำได้ทั้งต้นตัวผู้และต้นตัวเมีย ปกติต้นตาลจะสามารถทำน้ำตาลได้ ต้องอยู่ในวัยเจริญพันธุ์อายุตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป อยู่ในระยะแทงช่อดอกใหม่ๆ ซึ่งมีวิธีทำคล้ายๆ กันทั้งต้นตัวผู้ และต้นตัวเมีย แต่แตกต่างกันเฉพาะไม้ที่ใช้นวดจั่น ที่เรียกว่า "ไม้คาบ" คือไม้คาบที่ใช้นวดช่อดอกตัวผู้ (จั่น) จะมีลักษณะแบน ส่วนไม้คาบที่ใช้นวดช่อดอกตัวเมีย จะมีลักษณะกลมและยาวกว่าไม้คาบที่ใช้กับต้นตัวผู้
อุปกรณ์ในการทำน้ำตาล
1. มีดปาดตาล
2. เชือกหรือเข็มขัดหนังสำหรับเหน็บมีด
3. กระบอกใส่น้ำตาล
4. พะอง
5. ไม้คาบตัวผู้ ไม้คาบตัวเมีย
อุปกรณ์ในการเคี่ยวน้ำตาล
1. เตา ส่วนใหญ่จะก่อด้วยอิฐฉาบปูน ขนาดของเตาขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำตาลสดที่ได้ อาจจะเป็น 1-3 เตา 3-5 เตา ปัจจุบันมีการรวมกลุ่มกัน สร้างเตาเคี่ยวตาลขนาดใหญ่ สามารถเคี่ยวตาลได้ครั้งละหลายเตาในเวลาเดียวกัน ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านหม้อ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี
2. กะทะเหล็ก เป็นกะทะขนาดใหญ่
3. เครื่องกรองน้ำตาล
4. เหล็กกระแทกน้ำตาล
5. อุปกรณ์อื่นๆ เช่น กงสำหรับใส่น้ำตาล ถ้วย กระบวยตักน้ำตาล เสียม
ปัจจัยที่มีผลต่อสีของน้ำตาลสด จากการศึกษาพบว่า ถ้าฝนตก คุณภาพของน้ำตาลไม่ดีเท่าที่ควร เนื่องจากความเข้มข้นของน้ำตาลลดลง สีจะขุ่น และถ้าแดดจัด สีของน้ำตาลสดจะจางใส ความเข้มข้นของน้ำตาลจะมาก จากการสังเกตพบว่า พื้นที่ปลูกแต่ละแหล่งให้คุณภาพของน้ำตาลต่างกัน และเมื่อนำไปเคี่ยวจะได้เนื้อน้ำตาลต่างกันด้วย
การทำความสะอาดกระบอกน้ำตาล หลังจากเทน้ำตาลออกจากกระบอกตาลแล้ว จะทำความสะอาดโดยใช้น้ำสะอาดเขย่าๆ แล้วเททิ้งไปหลังจากนั้น นำไปรมโดยวางครอบรูเตาประมาณ 30 นาที ระวังอย่าให้ไฟแรงเกินไป จะทำให้กระบอกแตกได้ บางท้องที่อาจจะใช้น้ำร้อนเทลวกกระบอกก็ได้ จากการสอบถามถึงสาเหตุที่ไม่ใช้สารเคมีทำความสะอาดกระบอกตาลได้ความว่า ถ้าใช้สารเคมีแล้วจะทำให้น้ำตาลหดได้ (น้ำตาลที่ได้จะน้อยกว่าปกติ) และน้ำตาลที่ได้จะมีกลิ่นของสารเคมีปนได้
เราได้ชิมน้ำตาลสดจริงๆจากต้น และน้ำตาลที่ได้จากต้นก็นำไปต้มเพื่อนำทำน้ำตาลสดบรรจุขวดขาย หรือนำไปเคี่ยวเป็นน้ำตาลก้อน

มีกระทะสำหรับเคี่ยวน้ำตาลทั้งหมด 6 ใบ ด้านขวามือก็นำมาบรรจุถุง ในวันนั้นเราไม่เห็นการนำลงพิมพ์เพราะพิมพ์ชื้นมาก

ขนมตาลห่อด้วยใบตาล นอกจากให้ชิมแล้วยังให้เราห่อกลับอีกด้วย

น้ำตาลโตนดบรรจุถุงละ 1 ก.ก. ราคา 40 บาท

การทำน้ำตาลโตนด
การทำน้ำตาลโตนด แต่เดิมทำเพื่อบริโภคภายในครัวเรือน ถ้าเหลือก็แจกจ่ายญาติพี่น้อง โดยใช้เวลาว่างหลังจากการทำนาแล้ว ปัจจุบันมีการทำน้ำตาลโตนดเพื่อจำหน่ายเป็นอาชีพ มีการจัดตั้งกลุ่มผู้ผลิตน้ำตาลโตนด รวบรวมน้ำตาลสดเพื่อส่งเตาเคี่ยวน้ำตาลผลิตน้ำตาลปีบ และน้ำตาลปึกส่งขายทั้งใน และนอกประเทศช่วงในการทำน้ำตาลอยู่ระหว่างเดือนมกราคม-พฤษภาคม หรือประมาณ 5 เดือน ทำได้ทั้งต้นตัวผู้และต้นตัวเมีย ปกติต้นตาลจะสามารถทำน้ำตาลได้ ต้องอยู่ในวัยเจริญพันธุ์อายุตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป อยู่ในระยะแทงช่อดอกใหม่ๆ ซึ่งมีวิธีทำคล้ายๆ กันทั้งต้นตัวผู้ และต้นตัวเมีย แต่แตกต่างกันเฉพาะไม้ที่ใช้นวดจั่น ที่เรียกว่า "ไม้คาบ" คือไม้คาบที่ใช้นวดช่อดอกตัวผู้ (จั่น) จะมีลักษณะแบน ส่วนไม้คาบที่ใช้นวดช่อดอกตัวเมีย จะมีลักษณะกลมและยาวกว่าไม้คาบที่ใช้กับต้นตัวผู้
อุปกรณ์ในการทำน้ำตาล
1. มีดปาดตาล
2. เชือกหรือเข็มขัดหนังสำหรับเหน็บมีด
3. กระบอกใส่น้ำตาล
4. พะอง
5. ไม้คาบตัวผู้ ไม้คาบตัวเมีย
อุปกรณ์ในการเคี่ยวน้ำตาล
1. เตา ส่วนใหญ่จะก่อด้วยอิฐฉาบปูน ขนาดของเตาขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำตาลสดที่ได้ อาจจะเป็น 1-3 เตา 3-5 เตา ปัจจุบันมีการรวมกลุ่มกัน สร้างเตาเคี่ยวตาลขนาดใหญ่ สามารถเคี่ยวตาลได้ครั้งละหลายเตาในเวลาเดียวกัน ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านหม้อ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี
2. กะทะเหล็ก เป็นกะทะขนาดใหญ่
3. เครื่องกรองน้ำตาล
4. เหล็กกระแทกน้ำตาล
5. อุปกรณ์อื่นๆ เช่น กงสำหรับใส่น้ำตาล ถ้วย กระบวยตักน้ำตาล เสียม
ปัจจัยที่มีผลต่อสีของน้ำตาลสด จากการศึกษาพบว่า ถ้าฝนตก คุณภาพของน้ำตาลไม่ดีเท่าที่ควร เนื่องจากความเข้มข้นของน้ำตาลลดลง สีจะขุ่น และถ้าแดดจัด สีของน้ำตาลสดจะจางใส ความเข้มข้นของน้ำตาลจะมาก จากการสังเกตพบว่า พื้นที่ปลูกแต่ละแหล่งให้คุณภาพของน้ำตาลต่างกัน และเมื่อนำไปเคี่ยวจะได้เนื้อน้ำตาลต่างกันด้วย
การทำความสะอาดกระบอกน้ำตาล หลังจากเทน้ำตาลออกจากกระบอกตาลแล้ว จะทำความสะอาดโดยใช้น้ำสะอาดเขย่าๆ แล้วเททิ้งไปหลังจากนั้น นำไปรมโดยวางครอบรูเตาประมาณ 30 นาที ระวังอย่าให้ไฟแรงเกินไป จะทำให้กระบอกแตกได้ บางท้องที่อาจจะใช้น้ำร้อนเทลวกกระบอกก็ได้ จากการสอบถามถึงสาเหตุที่ไม่ใช้สารเคมีทำความสะอาดกระบอกตาลได้ความว่า ถ้าใช้สารเคมีแล้วจะทำให้น้ำตาลหดได้ (น้ำตาลที่ได้จะน้อยกว่าปกติ) และน้ำตาลที่ได้จะมีกลิ่นของสารเคมีปนได้
เราได้ชิมน้ำตาลสดจริงๆจากต้น และน้ำตาลที่ได้จากต้นก็นำไปต้มเพื่อนำทำน้ำตาลสดบรรจุขวดขาย หรือนำไปเคี่ยวเป็นน้ำตาลก้อน

มีกระทะสำหรับเคี่ยวน้ำตาลทั้งหมด 6 ใบ ด้านขวามือก็นำมาบรรจุถุง ในวันนั้นเราไม่เห็นการนำลงพิมพ์เพราะพิมพ์ชื้นมาก

ขนมตาลห่อด้วยใบตาล นอกจากให้ชิมแล้วยังให้เราห่อกลับอีกด้วย

น้ำตาลโตนดบรรจุถุงละ 1 ก.ก. ราคา 40 บาท

การทำน้ำตาลโตนด
การทำน้ำตาลโตนด แต่เดิมทำเพื่อบริโภคภายในครัวเรือน ถ้าเหลือก็แจกจ่ายญาติพี่น้อง โดยใช้เวลาว่างหลังจากการทำนาแล้ว ปัจจุบันมีการทำน้ำตาลโตนดเพื่อจำหน่ายเป็นอาชีพ มีการจัดตั้งกลุ่มผู้ผลิตน้ำตาลโตนด รวบรวมน้ำตาลสดเพื่อส่งเตาเคี่ยวน้ำตาลผลิตน้ำตาลปีบ และน้ำตาลปึกส่งขายทั้งใน และนอกประเทศช่วงในการทำน้ำตาลอยู่ระหว่างเดือนมกราคม-พฤษภาคม หรือประมาณ 5 เดือน ทำได้ทั้งต้นตัวผู้และต้นตัวเมีย ปกติต้นตาลจะสามารถทำน้ำตาลได้ ต้องอยู่ในวัยเจริญพันธุ์อายุตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป อยู่ในระยะแทงช่อดอกใหม่ๆ ซึ่งมีวิธีทำคล้ายๆ กันทั้งต้นตัวผู้ และต้นตัวเมีย แต่แตกต่างกันเฉพาะไม้ที่ใช้นวดจั่น ที่เรียกว่า "ไม้คาบ" คือไม้คาบที่ใช้นวดช่อดอกตัวผู้ (จั่น) จะมีลักษณะแบน ส่วนไม้คาบที่ใช้นวดช่อดอกตัวเมีย จะมีลักษณะกลมและยาวกว่าไม้คาบที่ใช้กับต้นตัวผู้
อุปกรณ์ในการทำน้ำตาล
1. มีดปาดตาล
2. เชือกหรือเข็มขัดหนังสำหรับเหน็บมีด
3. กระบอกใส่น้ำตาล
4. พะอง
5. ไม้คาบตัวผู้ ไม้คาบตัวเมีย
อุปกรณ์ในการเคี่ยวน้ำตาล
1. เตา ส่วนใหญ่จะก่อด้วยอิฐฉาบปูน ขนาดของเตาขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำตาลสดที่ได้ อาจจะเป็น 1-3 เตา 3-5 เตา ปัจจุบันมีการรวมกลุ่มกัน สร้างเตาเคี่ยวตาลขนาดใหญ่ สามารถเคี่ยวตาลได้ครั้งละหลายเตาในเวลาเดียวกัน ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านหม้อ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี
2. กะทะเหล็ก เป็นกะทะขนาดใหญ่
3. เครื่องกรองน้ำตาล
4. เหล็กกระแทกน้ำตาล
5. อุปกรณ์อื่นๆ เช่น กงสำหรับใส่น้ำตาล ถ้วย กระบวยตักน้ำตาล เสียม
ปัจจัยที่มีผลต่อสีของน้ำตาลสด จากการศึกษาพบว่า ถ้าฝนตก คุณภาพของน้ำตาลไม่ดีเท่าที่ควร เนื่องจากความเข้มข้นของน้ำตาลลดลง สีจะขุ่น และถ้าแดดจัด สีของน้ำตาลสดจะจางใส ความเข้มข้นของน้ำตาลจะมาก จากการสังเกตพบว่า พื้นที่ปลูกแต่ละแหล่งให้คุณภาพของน้ำตาลต่างกัน และเมื่อนำไปเคี่ยวจะได้เนื้อน้ำตาลต่างกันด้วย
การทำความสะอาดกระบอกน้ำตาล หลังจากเทน้ำตาลออกจากกระบอกตาลแล้ว จะทำความสะอาดโดยใช้น้ำสะอาดเขย่าๆ แล้วเททิ้งไปหลังจากนั้น นำไปรมโดยวางครอบรูเตาประมาณ 30 นาที ระวังอย่าให้ไฟแรงเกินไป จะทำให้กระบอกแตกได้ บางท้องที่อาจจะใช้น้ำร้อนเทลวกกระบอกก็ได้ จากการสอบถามถึงสาเหตุที่ไม่ใช้สารเคมีทำความสะอาดกระบอกตาลได้ความว่า ถ้าใช้สารเคมีแล้วจะทำให้น้ำตาลหดได้ (น้ำตาลที่ได้จะน้อยกว่าปกติ) และน้ำตาลที่ได้จะมีกลิ่นของสารเคมีปนได้